ร้อยตรีระฆัง Mascot การแข่งขันกีฬาภายใน ทบ. ครั้งที่ 64


 

         หน้าหลัก กีฬา ทบ. ครั้งที่ 64
         การแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก

            - ประวัติ / เกียรติประวัติของหน่วย
            - ตารางการแข่งขัน 
            - ประธานการแข่งขันกีฬาประจำวัน

            - สนามการแข่งขัน
            - สรุปผลการแข่งขัน
            - ที่พักนักกีฬา :: คณะกรรมการ
            - การบริการ / ติดต่อประสานงาน 
         ทำเนียบนักกีฬาอาวุโส
         นักกีฬาที่ได้รับเสื้อสามารถ ทบ. ชั้น 2
         สัญลักษณ์ของการแข่งขัน Mascot
         รายละเอียดการแข่งขันกีฬา 23 ชนิด


           ฉบับประจำวันที่ 3 มี.ค.60 
           ฉบับประจำวันที่ 4 มี.ค.60 
           ฉบับประจำวันที่ 5 มี.ค.60 
           ฉบับประจำวันที่ 6 มี.ค.60 
           ฉบับประจำวันที่ 7 มี.ค.60 
           ฉบับประจำวันที่ 8 มี.ค.60 


           ประวัติกรมการทหารช่าง
           ประวัติค่ายภาณุรังษี / ค่ายบุรฉัตร
           ประวัติค่ายศรีสุริยวงศ์
           จังหวัดราชบุรี / ศาลหลักเมืองราชบุรี
           แหล่งท่องเที่ยวในหน่วยทหาร
           เพลงมาร์ช กีฬากองทัพบก
           สารจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูง
         - พล.อ.เฉลิมชัย   สิทธิสาท (ผบ.ทบ.)
         - พล.ท.จักรชัย   โมกขะสมิต (จก.กช.)
         - พล.ต.เกษม เบญจนิรัติศัย (จก.สก.ทบ.)
           นักกีฬาอาวุโส
              - พล.ต.ณัชรพงศ์   ครุฑธา
           นักกีฬาวิ่งคบเพลิง
              - จ.ส.อ.นพดล   สิทธิวิรัช
              - จ.ส.อ.ศุภฤกษ์   กิ้มทอง
              - ส.อ.รัถเดช   น้อยเจริญ
              - ส.อ.วรพล   นุ่มเออ

โหลดไฟล์สูจิบัตร PDF
กำหนดการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท
ประมวลภาพข่าวกิจกรรม....
แผนผังที่พัก/สนามการแข่งขันฯ
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กีฬา ทบ. ครั้งที่ 64

 

 

 

                 ค่ายศรีสุริยวงศ์ เป็นนามค่ายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงพระราชทานให้เป็นนามค่ายของ กองพลพัฒนาที่ ๑ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี   กำเนิดค่ายเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒  กองทัพบกได้ออกประกาศกองทัพบก เรื่อง พระราชทานชื่อค่ายทหาร ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๑ โดยให้กองพลพัฒนาที่ ๑ ซึ่งมีที่ตั้งปกติถาวรอยู่ที่ ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีนามค่ายว่า "ค่ายศรีสุริยวงศ์"  

           

               ประวัติความเป็นมาของนามค่าย     รีสุริยวงศ์ เป็นราชทินนามของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์  (ช่วง   บุนนาค) บุคคลสำคัญที่ได้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก กล่าวคือ
                          ๑. ต่อเรือรบอันเป็นเรือกำปั่นขนาดใหญ่ ตามแบบฝรั่งเป็นลำแรกในประเทศไทยสำเร็จในปี พ.ศ.๑๒๗๘ และเป็นที่ยอมรับของฝรั่งที่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในสมัยนั้น และต่อมาได้ต่อเรืออีกหลายลำจนเป็นกองเรือนำไปรบกับญวน (ประเทศเวียดนาม) โดยท่านได้เป็นแม่ทัพหน้าทำการรบที่เมืองบันทายมาศ (ฮาเตียน) จนประสบชัยชนะ
                          ๒. ศึกษาภาษาอังกฤษ จนมีความรู้แตกฉานในขั้นที่สามารถเจรจาต่อรองกับฝรั่งได้ ซึ่งต่อมาได้เป็นบุคคลสำคัญในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาที่ไทยทำไว้กับประเทศอังกฤษ จนได้ผลเป็นที่พอใจของประเทศอังกฤษ และประเทศไทยไม่เสียเปรียบแก่ประเทศอังกฤษ
                          ๓. เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินระหว่าง พ.ศ.๒๔๑๑ - ๒๔๑๖ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงพระเยาว์ ซึ่งได้ปฏิบัติราชการแทนพระองค์ด้วยความจงรักภักดีเป็นที่น่ายกย่องสรรเสริญ
                นอกจากนี้แล้วยังมีความเกี่ยวพันกับจังหวัดราชบุรี  ( ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งหน่วยกองพลพัฒนาที่ ๑ ) ดังนี้
                          ๑. นำพาลูกหลาน,ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้น้อยเป็นจำนวนมากมาพักอาศัยที่เมืองราชบุรี เมื่อปลายรัชสมัยที่รัชกาลที่ ๔ หรือ พ.ศ.๒๔๑๐ (เป็นตัวเมืองจังหวัดราชบุรีในปัจจุบัน) โดยได้สร้างทำเนียบเป็นที่พักอาศัยไว้หลายหลัง และยังได้สร้างเมืองราชบุรีให้เจริญรุ่งเรือง จนถึงกับเป็นเมืองสำคัญของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์   ในการต่อมา ทำเนียบและที่พักอาศัยดังกล่าว ได้ถูกใช้เป็น ศาลาว่าการมณฑลราชบุรี,ศาลากลางจังหวัดราชบุรี และสโมสรวัฒนธรรมหญิงราชบุรี ต่อมาศาลากลางได้ย้ายไปอยู่ในที่ตั้งแห่งใหม่ กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนทำเนียบที่พักอาศัยเดิมนั้นเป็นโบราณสถานและตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีจนถึงปัจจุบัน
                          ๒. รัชกาลที่ ๔ ได้มีพระบรมราชโองการให้เป็นผู้อำนวยการขุดคลองภาษีเจริญและคลองดำเนินสะดวกในปี พ.ศ.๒๔๐๙ และ พ.ศ.๒๔๑๐ ตามลำดับ   ซึ่งในการขุดคลองดำเนินสะดวกนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เมื่อครั้งเป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ตำแหน่งสมุหกลาโหมเดิม เป็นแม่กองทำการขุดคลอง กว้าง ๖ วา ลึก ๖ ศอก ตั้งแต่แม่น้ำนครชัยศรี ที่ตำบลบางยาง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ไปออกแม่น้ำแม่กลอง ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นระยะทางยาว ๘๔๐ เส้น (๓๓,๖๐๐ เมตร) โดยสมเด็จเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้ออกเงินค่าขุดคลองจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานทรัพย์ สมทบอีกจำนวน ๓๒,๐๐๐ บาท ทำให้ร่นระยะทางการเดินทางในทางเรือ ระหว่างชาวจังหวัดราชบุรี, จังหวัดสมุทรสงคราม กับกรุงเทพมหานคร ให้ได้รับความสะดวกเป็นอย่างมาก
                          ๓. ได้สร้างวัดขึ้นวัดหนึ่งบริเวณริมคลองดำเนินสะดวกคือ วัดประสาทสิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลดอนไผ่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราบุรี ในปัจจุบัน
                          ๔. ในปี พ.ศ.๒๔๑๒ ได้ก่อสร้างถนนในเมืองราชบุรีหลายสายซึ่งยังสามารถใช้การได้ดีจนถึงปัจจุบัน ได้แก่
                                 ๔.๑ ถนนสายหน้าเมือง ตลอดไปจนถึงเขาสัตตนารถ ( ปัจจุบันเรียกว่า "ถนนศรีสุริยวงศ์" )
                                 
๔.๒ ถนนเขาวังเวียนนอบชายเขาสัตตนารถ โดยก่อสร้างไปจนถึงเขามอลูกเล็กทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเขาสัตตนารถ
                                 ๔.๓ ถนนตั้งแต่เขามอไปจนถึงเขาแก่ยจันทร์
                                 ๔.๕. ถนนเวียนโดยรอบเชิงเขาแก่นจันทร์ไปถึงหลังเขาแก่นจัน
                          ๕. สร้างพระราชวังบนเขาวังราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๓ เพื่อเป็นที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ เวลาเสด็จประพาส เดิมบนเขาวังเป็นที่ตั้งวัดสัตตนารถ เมื่อจะดำเนินการสร้างพระราชวัง ได้มีการย้ายวัดเขาสัตตนารถเดิม ไปอยู่ที่วัดโพธิ์งาม แล้วปฏิสังขรณ์วัดใหม่ จากนั้นเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดสัตตนารถในปัจจุบัน ส่วนพระราชวังบนเขาวัง ต่อมา เมื่อไม่ได้ใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ แล้ว ก็เปลี่ยนเป็นวัด โดยใช้ชื่อว่า "วัดเขาวัง" เนื่องจากเคยเป็นวังมาก่อนนั่นเอง
                          ๖. ได้สร้างวัดศรีสุริยวงศ์ ข้างทำเนียบของท่าน (ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) อยู่กลางเมืองราชบุรี ในปี พ.ศ.๒๔๑๔ โดยตั้งชื่อตามราชทินนามของท่าน สิ่งก่อสร้างของวัดนี้ทำตามแบบศิบปโรมันที่กำลังได้รับความนิยมในสมัยนั้น โดยมีหลักฐานปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เช่น ซุ้มประตูวัด, พระอุโบสถ, กุฏิเจ้าอาวาส, พระเจดีย์ และหอระฆัง เป็นต้น

               
พระพุทธรูปศรีสุริยวงศ์มงคล :: ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ ๑ และข้าราชการในสังกัดทุกระดับชั้น รวมทั้งครอบครัว ได้ดำเนินการจัดสร้างโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นที่เคารพสักการะบูชาของกำลังพลและประชาชนรอบค่าย ฯ    ในการนี้ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงเบิกพระเนตรพระพุทธรูปสถิตประจำค่าย ฯ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฏาคม ๒๕๔๔ พร้อมกับประทานพระนามพระพุทธรูป นามว่า " พระพุทธศรีสุริยวงศ์มงคล "